กบฎ

สำนักนายกรัฐมนตรี

1 มิถุนายน 2504

ขอพระราชทานกราบบังคม
ทูลพระกรุณา ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราช
ทานพระบรมราชวโรกาส กราบบังคมทูลกรุณาเพื่อทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งพระราชอาณาจักร
โดยมีบุคคลตระเตรียม และดำเนินการบ่อนทำลายความมั่งคง ของราชอาณาจักร
และราชบัลลังก์ ก่อกวนความสงบ มีแผนการอันเลวร้าย
ถึงขนาดที่จะเอาภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปรวมกับลาวภายใต้การปกครองระบอบ
คอมมิวนิสต์ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดมา
และจับกุมผู้ก่อการร้ายได้เป็นจำนวนมาก ได้ทำการสอบสวนจนเป็นที่แน่ชัด
ปราศจากข้อสงสัย เห็นสมควรและจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด
เพื่อป้องกันภัยของประเทศชาติ
และเพื่อเป็นตัวอย่างยับยั้งการกระทำผิดคิดร้ายในทำนองนี้ต่อไปภายหน้า
ข้าพระพุทธเจ้า ด้วยความสนับสนุนของมติคณะรัฐมนตรีเป็นเอกฉันท์
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 17 แห่งธรรมนูญปกครองราชอาณาจักร สั่งประหารชีวิต
นายครอง จันดาวงศ์ หัวหน้าผู้ก่อการร้าย กับ นายทองพันธุ์ สุทธิมาศ
รองหัวหน้า และเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ เสร็จสิ้นไปแล้ว
ที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2504
ส่วนผู้ต้องหาอื่นๆ
ก็จะได้จัดการฟ้องร้องให้พิจารณาในศาลทหารตามวิธีการในระยะเวลาที่ประกาศใน
กฎอัยการศึกต่อไป

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกราบทูลว่า
การวินิจฉัยตัดสินใจสั่งประหารชีวิตบุคคลทั้งสองที่กล่าวนั้น
มิได้กระทำอย่างรีบด่วน
แต่ได้กระทำภายหลังที่ได้พิจารณาแล้วโดยรอบคอบและเที่ยงธรรม
ฟังคำพยานและคำสารภาพที่ให้การโดยสมัครใจแล้วถึง 95 ปาก
ดังแจ้งอยู่ในคำแถลงของรัฐบาลแก่ประชาชน ซึ่งได้ประกาศในคืนวันที่ 31
พฤษภาคม และสำเนาคำสั่งให้ประหารชีวิต
ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกราบบังคมทูลเกล้าฯ
ถวายมาพร้อมกับรายงานกราบบังคมทูลนี้ด้วย

เป็นที่ทราบใต้ฝ่าละออง
ธุลีพระบาทอยู่แล้ว เหตุการณ์กบฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้
ได้มีมาหลายครั้งหลายหน ทั้งในประวัติศาสตร์และในยุคสมัยใหม่ เช่น
เรื่องกบฏเจ้าอนุเวียงจันทน์ เรื่องผีบุญต่างๆ ในกาลก่อน ในชั้นหลังนี้
ก็มีเรื่อง นายเตียง ศิริขันธ์ เรื่อง นายศิลา วงศ์สิน และโดยเฉพาะตัว
นายครอง จันดาวงศ์ ที่ถูกประหารชีวิตครั้งนี้ ก็เคยต้องคำพิพากษาฐานกบฏ
ศาลลงโทษอย่างหนักถึงจำคุก 13 ปี กับ 5 เดือน

ที่เป็นเช่นนี้
ด้วยเหตุหลายประการ เช่น

1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งราชอาณาจักร
เป็นภาคที่มีพลเมืองหนาแน่น จังหวัดโดยมากมีพลเมืองตั้งครึ่งล้าน
บางจังหวัดมากกว่า 1 ล้าน แต่ละอำเภอมีพลเมืองตั้ง 4 หรือ 5 หมื่น
จำนวนคนเกิดก็เพิ่มทวีรวดเร็วกว่าในภาคอื่น อันที่จริง
ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีภาษาและขนบประเพณีเช่นเดียวกับภาคเหนือ
แต่ดินแดนทางภาคเหนืออุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร
ประชาชนมีทางทำมาหาเลี้ยงชีพมาก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น
ทางทำมาหากินแร้นแค้นกว่า

2.
ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เคยประสบการรุกรานสู้รบอย่างรุนแรงใน
ประวัติศาสตร์เหมือนภาคอื่นๆ ในสมัยที่ประชาชนในภาคเหนือ ภาคกลาง
ตลอดถึงภาคใต้ ต้องร่วมเป็นร่วมตายกัน ทำการต่อสู้อย่างฉกาจฉกรรจ์
เพื่อต่อต้านการรุกรานของพม่าในอดีต
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รอดพ้นยุทธภัยอันนี้ตลอดมา
ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้มีโอกาสที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับพี่
น้องชาวไทยทั้งหลายเพื่อประเทศชาติ เหมือนภาคอื่นๆ นิสัยเข้มแข็ง
ความเป็นนักสู้ ความรักประเทศชาติ
และความรู้สึกกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชาติไทย
จึงย่อหย่อนกว่าประชาชนในภาคอื่น มีความขวนขวายน้อย
พอใจในชีวิตที่ผ่านไปเป็นวันๆ ในลักษณะของประชาชนที่เป็นเช่นนี้
ย่อมตกเป็นเหยื่อของการปลุกปั่นชักจูงไปในทางที่ผิดได้ง่าย

3.
ดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นจุดล่อแหลมต่อภัยคอมมิวนิสต์มากที่สุด
เนื่องจากว่าคอมมิวนิสต์ที่ลี้ภัยในสมัยที่อินโดจีน
ต้องสู้รบกับฝรั่งเศสนั้น พากันเข้ามาพำนักอาศัย
นายโฮจิมินห์เองก็ได้มาพักพิงอยู่ในแถวถิ่นนี้เป็นเวลานาน
การเผยแพร่อบรมในลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงได้เริ่มฝังรกรากอยู่ไม่น้อย
ในบรรดาคนที่เป็นผู้ต้องหาครั้งนี้
บางคนที่ปรากฏว่ามีการศึกษาทั่วไปเพียงเล็กน้อย ยังสามารถพูดถึงเรื่อง
Dialectic ในลัทธิคอมมิวนิสต์ ด้วยเหตุนี้
ข้าพระพุทธเจ้าจึงหวาดเกรงอยู่เสมอมาว่า
ถ้าราชอาณาจักรลาวตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริงแล้ว
การที่คอมมิวนิสต์จะแทรกซึมเข้ามาในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจะเป็น
เรื่องที่ป้องกันได้ยากที่สุด

4. เผอิญคนพวกหนึ่ง ซึ่งร่วมภาษา
ร่วมขนบประเพณี และเกี่ยวพันทางสายโลหิตอย่างใกล้ชิด
กับประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนเพียง 2 ล้าน ไม่ถึง 1 ใน 4
ของจำนวนพลเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีโอกาสเป็นราชอาณาจักร
มีพระมหากษัตริย์ มีรัฐบาล มีการปกครองเป็นอิสระ เรียกว่า "ราชอาณาจักรลาว"
ก็ย่อมเป็นช่องทางให้ผู้คิดร้ายจูงใจให้เห็นว่า คนเพียง 2 ล้านเท่านั้น
ยังเป็นอาณาจักรอิสระได้ พลเมืองลักษณะอย่างเดียวกันถึง 9
ล้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำไมจึงไม่คิดเป็นราชอาณาจักรขึ้นบ้าง
หรือรวมกันกับราชอาณาจักรลาว ด้วยเหตุนี้
ความคิดเรื่องแบ่งแยกดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมิใช่ของใหม่
แต่เป็นความคิดที่มีอยู่เสมอมา ส่วนทางดินแดนภาคเหนือ คือ เชียงราย
เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ไม่มีเรื่องชนิดนี้

พฤติการณ์ทั้ง
หลายที่กล่าวข้างต้นนี้ รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวข้าพระพุทธเจ้าเอง
ได้ให้คาวมสนใจในการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพิเศษ อันที่จริง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการทำนุบำรุงมาแล้วไม่น้อยกว่าภาคอื่น
ถ้าจะนับปริมาณถนนหนทางที่สร้างให้ก็มากกว่าภาคอื่น ในสมัยที่มีผู้แทนราษฎร
พวกผู้แทนชาวตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่เรียกว่า ชาวอีสาน
ก็มีอิทธิพลยิ่งกว่าผู้แทนภาคใดๆ
และได้เงินทองที่อ้างว่าจะเอาบำรุงภาคอีสานก็เป็นจำนวนมาก
มาถึงรัฐบาลปัจจุบันนี้
ข้าพระพุทธเจ้าได้ตระหนักในความสำคัญและความล่อแหลมของภาคตะวันออกเฉียง
เหนือ ถึงกับเดินทางไปตรวจทุกปี บางปีก็หลายครั้ง
ข้าพระพุทธเจ้าได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาภาคอีสานขึ้นเป็นพิเศษ
โดยข้าพระพุทธเจ้าเป็นประธานเอง การสร้างถนนหนทางได้เร่งรัดมากขึ้น
งานชลประทานได้ทำมากขึ้น ถึงกับมีโครงการสร้างเขื่อน
สร้างแหล่งกำเนิดไฟฟ้าด้วยแรงน้ำ ซึ่งบางแห่งก็หาเงินกู้ได้แล้ว
และกำลังดำเนินงานอยู่ภายใต้ความควบคุมเร่งรัดของข้าพระพุทธเจ้าเอง

เหตุการณ์
ที่เกิดขึ้น กระทำให้ข้าพระพุทธเจ้าแน่ใจยิ่งขึ้นว่า
รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่เสมอไป
และความสนใจอันนี้จะต้องกระทำเป็น 2 ทาง คือ (1) นโยบายภายนอก
จะต้องทำความพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะมิให้ราชอาณาจักรลาวตกอยู่ในความ
ครอบงำของคอมมิวนิสต์ (2) นโยบายภายในจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดกวดขัน
ทั้งในการปราบปรามและในการบำรุง โดยเฉพาะเรื่องการคมนาคม
นอกจากจะต้องขะมักเขม้นให้มีถนนหนทางมากขึ้นแล้ว
เวลานี้กำลังสร้างสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ขอนแก่น
เพื่อดำเนินงานสงครามจิตวิทยาให้มีสมรรถภาพยิ่งขึ้น
ส่วนชาวญวนอพยพที่เป็นเชื้อคอมมิวนิสต์อยู่ในดินแดนภาคนี้
ก็จะได้ขนอพยพออกไปให้มากที่สุดที่จะทำได้

ข้าพระพุทธเจ้าหวังด้วย
เกล้าฯ ว่า
ด้วยเดชะพระบารมีและด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดีของข้าพระพุทธเจ้า
ต่อประเทศชาติ ต่อพระศาสนา และในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
รัฐบาลนี้จะสามารถปราบปราม
และแก้ไขสถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ดีขึ้นโดยลำดับ

โดย
เฉพาะคนทั้งสองที่ข้าพระพุทธเจ้าสั่งประหารชีวิตไปแล้วนี้
เป็นคนที่สมควรจะได้รับโทษฐานหนักที่สุด
ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะให้อภัยหรือถือว่าเป็นการเมือง
เพราะการกระทำของคนทั้งสองนี้ มิใช่การกระทำของนักการเมือง
แต่เป็นการกบฏทรยศขายชาติ ขายประเทศ
เป็นกรณีที่บ่อนทำลายราชบัลลังก์อย่างร้ายแรงที่สุด
ที่ไม่เคยมีใครทำมาแต่ก่อน
เพราะนอกจากจะโฆษณาชวนให้คนเชื่อไปในทางที่ว่าพระมหากษัตริย์ไม่มีประโยชน์
แล้ว ยังพยายามทำลายพระเกียรติคุณ โดยโฆษณาว่า พระมหากษัตริย์ทรง […]
ร้ายยิ่งกว่านั้น ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าไม่น่าจะกราบบังคมทูลพระกรุณา
แต่เห็นด้วยเกล้ากระหม่อมว่า ควรจะกราบบังคมทูลด้วยความจงรักภักดี
เพื่อให้ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า
คนพวกนี้ได้จงจิตคิดร้ายต่อราชบัลลังก์เพียงไร พยานกว่า 10
ปากให้การตรงกันว่า นายครอง จันดาวงศ์
ได้กล่าวในการอบรมพรรคพวกของตนหลายครั้งหลายหนว่า
ทั้งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ […]
คนที่ทุจริตประทุษร้ายราชบัลลังก์ถึงขนาดนี้
ไม่ควรจะให้มีชีวิตอยู่ในแผ่นดินไทยต่อไปเลย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า จอมพล ส. ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี

This entry was posted in ข่าวสารและการเมือง. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s